กินเจปีแรก

 

            ปีนี้เป็นปีแรกที่เรากินเจ

            สาเหตุที่กินก็เพราะปัจจัยหลายๆ อย่าง ตั้งแต่แถวออฟฟิศมีแต่อาหารเจ ทำให้หาอาหารที่ไม่เจกินยากเหลือเกิน ไหนๆ ก็หากินง่ายๆแล้ว ปีนี้ก็เลยลองกินดูซะหน่อย อีกเหตุผลก็เพราะเราอยากลองไม่กินเนื้อสัตว์ดูบ้าง ไม่คิดอยากได้บุญเพิ่ม แต่ขอไม่ทำบาปซักช่วงนึงแล้วกัน เพราะก่อนหน้านี้ได้บริโภคสารพัดบุฟเฟต์เนื้อมาอย่างมากมาย ทำให้รู้สึกมีปัญหากับระบบย่อยเหลือเกิน อีกอย่างแฟนเรากินเจเป็นประจำทุกปีอยู่แล้ว เราก็เลยกินด้วย เวลากินอาหารด้วยกันจะได้ไม่ลำบากกินได้เหมือนๆกัน

            หลังจากกินมา นับวันนี้ก็เป็นวันที่ 4 แล้ว ก็รู้สึกว่าระบบขับถ่ายดีขึ้นมาก แต่หิวเร็วเหลือเกิน ไม่อยู่ท้องเลย อาจจะเป็นเพราะของที่เรากินด้วย ส่วนใหญ่เราจะกินแต่ผักแล้วก็กับข้าวที่ไม่ค่อยมันไม่ค่อยมีพวกของที่ทำจากแป้ง อย่างพวกหมูปลอม ไก่ปลอม แต่ก็ยังไม่รู้สึกโหยเนื้อสัตว์นะ แต่เราเป็นคนชอบกินขนมพวกไอติม ขนมหวาน ขนมเค้ก ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ล้วนมีส่วนประกอบจากไข่ และนม ซึ่งก็สร้างความทรมานใจให้กับเรานิดหน่อย แต่แค่ไม่กีวันเองจะพยายามทนให้ได้ แต่จริงๆแล้วเราก็ชักจะรู้สึกดีที่ได้กินอาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์ เราจะพยายามกินเจครั้งแรกของเราให้ได้ครบตามกำหนด และหลังจากนี้เราก็จะเริ่มกินมังสวิรัติทุกวันพระแล้ว เรายังมีกิเลสอยู่ก็ยังมีบางช่วงเวลาที่อยากกินเนื้อสัตว์อยู่บ้าง แต่ก็เริ่มรู้สึกดีกับการงดบริโภคเนื้อสัตว์ เราจึงเลือกงดบริโภคเนื้อเป็นบางครั้งคราวไปก่อนแล้วกันนะ ยังมีอาหารอร่อยๆ อีกหลายอย่างที่อยากกิน อิ อิ

                                    ถ้าปีนี้ผ่านพ้นไปด้วยดี หลังจากนี้ไปเราจะกินเจทุกปี

Leave a comment »

ปากพาจน

เมื่อวานนี้ตอนเย็นอยู่ดีๆ ก็อยากกินเนื้ออย่างรุนแรงขึ้นมา แล้วบวกกับหิวพอดี ก็เลยเดินเลือกร้านอาหารในเซ็นทรัลเวิล์ด (เมื่อวานตอนเย็นเดินเล่นอยู่ที่นั่นพอดี) ที่พอจะมีเนื้อที่อยากกิน จริงๆแล้วอยากกินเนื้อย่าง แต่ในห้างไม่มีอ่ะ จริงๆก็พอมีแหล่ะ แต่รู้สึกว่าแพงไปหน่อย ไม่สิแพงไปเยอะ ก็เลยเปลี่ยนใจกินอะไรก็ได้ที่เป็นเนื้อ จริงแล้วตอนนั้นเราหิวมากด้วย ก็เลยตะกละมากเป็นพิเศษ ทำให้คิดไปเองว่า ต้องกินบุฟเฟต์ถึงจะคุ้ม ใจเราก็เลยตัดอาหารหลายๆอย่างที่อยากกินแต่ไม่ใช่บุฟเฟต์ออกไป

ตอนนั้นในใจอยากกินมอสเบอร์เกอร์นะ แล้วก็รู้สึกว่าถ้ากินไม่อิ่ม ยังไงก็ต้องไปกินขนมเค้กต่อ รวมๆแล้วก็คงจะอิ่ม แต่เคยจำได้ว่าเฮียบุ้งเคยพูดว่า เวลาที่หิวมากๆ กินมอสเบอร์เกอร์ แล้วไม่ค่อยอิ่ม ก็เลยไม่พูดออกไปว่าอยากกิน เพราะดูท่าเฮียบุ้งจะหิวมากกว่าเรา ถึงขนาดคิดไม่ออกว่าจะกินอะไร รู้แต่ว่าหิวมาก กินอะไรก็กิน

คิดกันไปคิดกันมาก็สรุปเหลือช้อยแค่ 2 ร้าน คือ โนบุ ชาบู และโม โม พาราไดส์ ซึ่งเหตุผลที่เราเลือก 2 ร้านนี้ก็แค่ มีเนื้อให้เรากิน และก็เป็นบุฟเฟต์แค่นั้นเอง ในใจจริงๆแล้วไม่อยากกินพวกสุกี้ ชาบู แต่เพราะความตะกละ ขอกินเนื้อเยอะๆๆๆ ก็เลยทำให้เราเดินเข้าร้านโม โม พาราไดส์ ร้านนี้เคยมากินแล้วครั้งนึง จำได้ว่าเฉยๆ ส่วนอีกร้านไม่เคยกิน แต่ที่ตัดสินใจกินร้านนี้ก็แค่เหตุผลด้านราคาที่เราคิดไปเองว่า มันถูกกว่า เพราะหน้าร้านโม โม โชว์ราคาว่า all you can eat 399 ส่วน โนบุ 399++ ซึ่งจริงๆ ก็เป็นราคาที่แพงมากทั้ง 2 ร้าน สำหรับเรา 2 คน แต่นาทีนั้นตะกละ อยากกินเนื้อเยอะๆๆๆๆ แล้วก็หิวๆๆๆๆ ก็เลยเสร็จร้านนี้ไป สรุปคิดตังมามันไม่ใช่ 399 เน๊ต ที่หว่า มันก็บวกเซอร์วิสชาร์ต 10 % แล้วก็ vat 7% โอ้ มายก๊อต กิน 2 คน 963 บาท มื้อนี้โดนไปเกือบพัน เราผิดเองที่คิดไปเองว่ามันเน๊ต เค้าบอกว่า 399 ถึงไม่บวกๆ ก็ไม่ได้บอกว่าเน๊ตนี่หว่า จริงๆ แล้วส่วนที่ต้องเสียเพิ่มจากที่เราตั้งเป้าไว้ก็ไม่ได้มากมายนัก เพราะยอมเสียตังค์ตั้ง 399 แล้ว อีกนิดหน่อยก็พอออกได้ แต่รู้สึกเสียดายนิดหน่อยที่ถ้ารู้แต่แรกจะไปกินโนบุ ชาบู เพราะเสียตังเท่ากันได้กินเนื้อแกะด้วย แต่สิ่งที่ทำให้เราเสียดายมากไปกว่านั้นและเสียดายที่สุดก็คือเฮียบุ้งพูดขึ้นมาว่าจริงๆแล้วก็อยากกินมอสเบอร์เกอร์เหมือนกันนะ

อ้าวหรอ!!! โถ่แล้วทำไมตอนนั้นเราไม่พูดออกไปว่าอยากกิน นึกในใจคิดไปเองอยู่ได้ว่ากลัวเฮียบุ้งกินไม่อิ่ม จริงๆแล้วเฮียบุ้งไม่ได้อยากกินเยอะๆ แล้วก็คิดว่าเราอยากกินแต่เนื้อๆ แบบเนื้อล้วนๆ ก็เลยไม่ได้พูดถึงร้านนี้ น่าเสียดายจริงๆ ที่ปากหนัก ทำให้ต้องเสียตังค์ตั้งเกือบพัน เนี่ยถ้ากินมอส นะ 2 คนรวมกันยังไม่เท่ากิน โม โม พาราไดส์คนเดียวเลย ฮือๆๆๆ เสียดายตังค์ ปากหนักนักพาจนเลย

Comments (2) »

คู่หู คู่ฮา ไม่อยู่ …เหงา

 

วันนี้รู้สึกเหงาๆ อาจจะเป็นเพราะเฮียบุ้งไม่อยู่หลายวัน

ถึงเราจะไม่ได้เจอกันทุกวัน แต่เราก็ไม่เคยขาดการติดต่อกัน

ตอนนี้เฮียบุ้งไม่อยู่ไปตามฝัน (เค้าว่างั้น อิ อิ )เป็นเวลา 7 วัน ก็ไม่นานนักหรอก แต่ก็รู้สึกใจหายอยู่ดี เพราะไม่เคยห่างกันไกลๆ นานๆอย่างนี้

Leave a comment »

เบื่อหน่ายกับตัวเอง

ช่วงนี้ไม่รู้เป็นอะไร รู้สึกว่าตัวเองมีอาการเครียดเข้าครอบงำ อยู่บ่อยๆ รู้สึกว่าคิดเรื่องนู้น เรื่องนี้เยอะแยะไปหมด จนปวดหัว และนอนไม่หลับอยู่เรื่อยๆ ไม่ค่อยอยากพูด อยากคุยกะใคร คุ้มดีคุ้มร้าย น้ำตาไหลง่ายๆกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง หรือบางครั้งถ้ามีเรื่องดีๆเข้ามาก็จะอารมณ์ดีเกินเหตุ เหมือนนานๆทีจะมีสิ่งดีๆเข้ามา ก็เลยดีอกดีใจ อาจจะเป็นเพราะคาดหวังกับหลายสิ่งหลายอย่างมากเกินไป และผิดหวังกับหลายสิ่งหลายอย่างที่หวัง รู้สึกเบื่อ ท้อ และเซ็ง อย่างไม่มีเหตุผล …

Leave a comment »

ปากเสีย

 

ทำไมทุกครั้งที่บ่นว่าไม่ได้เป็นหวัด ไม่ได้ป่วยมานาน…วันต่อมามักจะมีอาการเหมือนจะไม่สบาย

ทำไมทุกครั้งที่คุยโอ้อวดกับคนอื่นว่าตัวเองแข็งแรงไม่จ็บป่วยอะไรง่ายๆ…วันต่อมาจะเจ็บออดๆ แอดๆ

ทำไมตัวเองปากเสียอย่างนี้ ก็รู้ว่าพูดแบบนี้ทีไรต้องมีเหตุทุกที

 

…เมื่อวานเพิ่งคุยกับพี่ที่ทำงานว่าเราเป็นคนแข็งแรง ไม่ค่อยติดหวัด ติดไข้ใครง่ายๆ ถ้าเป็นก็จะเป็นเพราะร่างกายตัวเองอ่อนแอเอง พูดไม่ทันขาดคำ เช้าวันนี้ตื่นมากพร้อมกับอาการปวดหัว และมึนหัวอย่างรุนแรง พร้อมกับน้ำมูกที่ไหลไม่ยอมหมดซักที กินยาแก้ปวดเท่าไหร่ก็หาย เดินๆ อยู่ก็รู้สึกเหมือนหัวจะทิ่มอยู่ตลอดเวลา ทำไมมันหนักหัวแบบนี้นะ มึนๆๆๆ

—-คราวหน้าจะไม่ปากเสียแล้ว

 

Comments (1) »

ยังจำได้

 

อาทิตย์นี้เรากลับบ้านที่อยุธยา ปกติแล้วเวลาอยากกินอะไรจะโทรบอกให้แม่ทำไว้ให้กิน หรือเวลาที่บ่นๆว่าอยากกินอะไร พอกลับมาแม่ก็จะทำไว้ให้กิน

อาทิตย์นี้ก็เหมือนกัน แม่บอกว่าจะทำแกงฟักที่เราอยากไว้ให้กิน เราก็นึกอยู่นานมาก แกงฟักอะไร เราเคยบ่นว่าอยากกินหรอ ?? เอ้…นึกยังไงก็นึกไม่ออก ก็เลยถามแม่ว่าแกงฟักอะไร เป็นยังไง แม่ก็บอกว่าที่เราเคยอยากกินไง คิดๆๆๆๆ อ๋อ!! คิดออกแล้ว แกงที่เคยอยากกินสมัยอยู่มัธยม แม่ยังจำได้ แต่เราลืมไปแล้ว 5555 มันนานมากแล้วนะ แม่เพิ่งทำให้กิน แต่เราหายอยากแล้วอ่า มันนานเกินไป ใครจะอยากกินและรอกินได้นานเป็นปีๆๆ

จำได้ว่านั้นเรียนมัธยมอยู่ประมาณม.3 มั้ง เราซื้อข้าวราดแกงที่โรงเรียนกิน มีแกงอย่างนึงที่เราไม่รู้จัก แต่อยากลองชิมก็เลยสั่งมาชิมเราไม่รู้หรอกว่าชื่อแกงนี้จริงๆมันชื่อว่าอะไร แต่มันมีฟัก เราก็เลยเรียกมันว่าแกงฟัก พอได้กินก็ชอบมาก อร่อยดี ฟักนิ่มๆมันอมน้ำแกงที่รสชาติอร่อยๆ เปรี๊ยวๆหวานๆ กลับบ้านไปบอกแม่ให้ทำให้กินบ้าง แม่บอกว่าไม่รู้จัก ทำไม่เป็น แต่เดี๋ยวจะทำให้กินแล้วกัน

เดี๋ยวของแม่ ตั้งแต่วันนั้น ม.3 จนวันนี้เรียนจบมหาวิทยาลัยมา 2 ปีแล้ว เพิ่งได้กิน แม่ยังไม่ลืม

ตอนทำแม่บอกให้มาชิมว่ารสชาติมันเป็นยังไง ใช่แบบนี้รึเปล่า เราลืมไปแล้วอ่ะว่ารสชาติแบบนั้นมันเป็นยังไง ตั้งแต่ตอนนั้นเราก็ไม่เคยได้กินแกงแบบนี้อีกเลย ก็เลยบอกแม่ว่ามันเปรี้ยวๆหวานๆ เหมือนแกงผักบุ้ง(แกงเทโพ เราเรียกแกงผักบุ้ง)

พอได้กิน…เหมือนสมัยตอนกินข้าวแกงที่โรงเรียนตอนม.3 ไม่มีผิดเลย

หายอยากไปอีกนาน…ให้สมกับที่อยากกินมานาน

Leave a comment »

ไอ้อ้วน

 

เราเป็นคนผอม แล้วก็เป็นคนอ้วนยาก ไม่ว่าจะกินเท่าไหร่ก็ไม่เคยมีผลกับน้ำหนักเราแม้แต่น้อย เมื่อก่อนเห็นเพื่อนๆ หรือคนรู้จักรอบข้างควบคุมเรื่องอาหารการกินกันมาก จะกินนู่นก็กลัวอ้วน จะกินนี่ก็กลัวอ้วน เราก็รู้สึกว่าทำไมเราไม่มีฟิลแบบนั้นบ้าง อยากรู้ว่าจะเป็นยังไงจะทรมานแค่ไหน แล้วเราจะควบคุมตัวเองให้ไม่กินสิ่งที่เราชอบ และอยากกินได้รึป่าว
         แต่ตอนนี้สิ่งทีไม่เคยคาดฝันว่าจะเกิดกับเรา ก็เกิดขึ้นแล้วนั่นคือความอ้วน และอาการกลัวอ้วน
         น้ำหนักเราคงที่มาประมาณ5-6 ปีแล้วเราหนัก 39 กก.ไม่ขึ้นไม่ลงมานาน และด้วยความที่น้ำหนักเราไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง เราจึงมักชอบซื้อเสื้อผ้าให้พอดีตัวแป๊ะ โดยเฉพาะกางเกง เราไม่ชอบใส่ให้เหลือๆ เผื่อๆ หลวมๆ มันจะรู้สึกไม่มั่นใจ
แต่กางเกงที่เคยพอดีแป๊ะ ตอนนี้มันเริ่มคับๆแล้วอ่ะ กางเกงบางตัวใส่ไม่ได้แล้ว
        …เราอ้วนแล้วหรอนี่ ?

          น้ำหนักปัจจุบันเราคือ 41 กก. ถึงจะขึ้นมาแค่ 2 โล แต่เราก็รู้ได้ถึงความอึดอัดที่เกิดขึ้น นี่มันเกิดอะไรขึ้นทำไมน้ำหนักขึ้น ?  ขึ้นได้ไง?  อาจจะเป็นเพราะว่าเราคิดมาตลอดว่าเราอ้วนอยาก ก็เลยกิน กิน กิน อย่างไม่บันยะบันยัง แล้วของที่เราชอบก็มีแต่จะเพิ่มน้ำหนักทั้งนั้น ไม่ว่าจะ > ไอติม ที่กินแม่งเกือบทุกวัน  >  ข้าวมันไก่ ที่คิดอะไรไม่ออก ก็กินข้าวมันไก่  > ข้าวขาหมู  เน้นหนังนะคะ แล้วก็อีกหลายสิ่ง บลา บลา บลา ที่กินไม่ยั้ง และอีกเหตุผลหนึ่งคือ อายุเราอาจจะมากขึ้น การเผาผลาญ ก็เลยไม่ดีเหมือนเมื่อก่อน ประกอบกับงานที่ทำก็ไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวร่างกายเท่าไหร่ นั่งเฉยๆ ซะส่วนใหญ่ แล้วก็มีเวลาว่างเยอะ ไม่รู้จะทำอะไรก็เลยกินๆๆๆ

       ตอนนี่เราเริ่มเข้าใจฟิลของอาการกลัวอ้วนแล้ว เดี๋ยวนี้มือเย็นเราจะพยายามไม่กินข้าว เปลี่ยนเป็นสลัดผัก และผลไม้แทน ไอติมที่เคยชอบกินอย่างบ้าคลั่งก็เริ่มเพลาๆลงแล้ว วิปครีมของโปรด ก็เลิกลากันมานาน เราเริ่มรู้สึกทรมานกับการไม่ได้กินอาหารอย่างใจอยากแล้ว อ้อ อีกอย่างคือ ผลตรวจสุขภาพล่าสุด คลอเลสเตอรอล และ ไตรกลีเซอร์ไรด์เราสูงเกินมาตรฐาน เราก็เลยต้องควบคุมอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีด้วย…จริงๆแล้วเราก็ยังไม่ถือว่าเป็นคนอ้วนหรอก แต่เราแค่อึดอัดกับน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น เราจะไม่ยอมขยายไซส์เสื้อผ้าเด็ดขาด เราต้องลดความอ้วนแล้ว..ไอ้อ้วน

Comments (2) »

น้ำตาฟ้า

 

         “เค้าบอกว่าฟ้าร้องไห้ออกมาเป็นน้ำฝน”

 
          สงสัยช่วงนี้ฟ้าคงจะเศร้ามาก ร้องไห้ทุกวันมาเป็นอาทิตย์แล้ว ทำเอาเราเศร้าไปด้วยเลยเพราะเดินทางมาทำงานลำบากเหลือเกิน แถมในซอยน้ำก็จะเริ่มท่วมแล้ว
บ้านเราอยู่ในซอยไม่ติดถนน ปกติเราจะปั่นจักรยานออกมาจอดปากซอยเพื่อนั่งรถไปทำงาน พอฝนตก ก็ปั่นออกมาไม่ได้ก็ต้องใช้บริการพี่วินแทน นั่งมอเตอร์ไซด์ตากฝนออกมาทำงานทุกวัน รถก็ติดแสนติดปกติเราใช้เวลาจากบ้านขึ้นทางด่วนแจ้งวัฒนะ ลงพระราม4ใช้เวลาแค่20 นาที-ครึ่งชั่วโมง อาทิตย์นี้เราใช้เวลาอยู่บนทางด่วนถึงชั่วโมงครึ่ง ทุกวันเลย ผลก็คือมาทำงานสายค่า ที่ทำงานใหม่นี้ เราจะซีเรียสเรื่องการมาทำงานสายมาก เพราะถ้าสายเกินโควต้าวันลาเราจะถูกหักโบนัสตอนสิ้นปี (แอบงก)

 

  …อยากจะบอกฟ้าว่าอย่าเศร้านักเลยนะ ร้องไห้ทุกวันไม่ดีต่อสุขภาพหรอก กลับมาสดใสเหมือนเดิมเหอะนะ

 

ปล.

โดนฝนบ่อยๆ ก็จะเป็นหวัดเอา ไม่เป็นเองก็ติดจากคนอื่น ช่วงนี้ก็ระวังสุขภาพกันด้วยนะคะ

Comments (2) »

หัวหิน หิ้น หิน

 

เราชื่อทราย

…ทรายชอบทะเล    แต่ไม่ชอบเล่นน้ำทะเล…เราว่ายน้ำไม่เป็น เรากลัวน้ำ

     ทรายไม่ชอบเดินเท้าเปล่าบนพื้นทราย     เราขี้ขยะแขยง เรากระแดะ

 

                 ทรายไปเที่ยวหัวหินมา…ทรายชอบหัวหิน

 

…เมื่อวันหยุดที่ผ่านมา เราไปเที่ยวพักผ่อนที่หัวหินกับเฮียบุ้งมา ทริปนี้ถือเป็นทริปที่เรารอคอยกันมานานมากกก   เราได้ซื้อเพ็จเกจที่พักมาจากงานท่องเที่ยวที่ศูนย์สิริกิตย์  

 

        Hideaway resort เป็นที่พักที่ทำให้เรา2คน น้ำลายหกกันมาหลายรอบ  แต่วันนี้ฝันของเรากลายเป็นจริงแล้วค่า   2 คืน 3 วันที่ไปนอนเกลือกกลิ้งอยู่ สนุกมากๆๆ ทั้งๆที่ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวไหนเท่าไหร่  

 

 

 IMG_2315

 แต่ก็ได้ไปครบทุกที่ ที่อยากไปแล้วก็ได้ทำทุกอย่างที่อยากทำนะ ถึงแม้ว่าจะมีอุปสรรคด้านรถติดไปบ้าง ติดโครตๆอ่ะ ดั๊น ไปตรงกับที่เค้ามีคอนเสิร์ตพอดิบ พอดี 

….  ขาไปเราแวะกินอาหารกันที่ชะอำ ร้านนี้ขอแนะนำค่ะ ประทับใจมาก ถึงขนาดตอนกลับต้องแวะไปกินกันอีกรอบ ชื่อร้าน  “ครัวเม็ดทราย”  อยู่ตรงสะพานปลา อาหารทะเลเค้าสดจริงๆ เรากินทั้งปู ทั้งกุ้ง ทั้งปลา กันจนเปรม ปูเนื้อ กับกุ้งนี่ทีเด็ดเลย สดมากๆ

        อีกร้านที่อยากแนะนำค่ะ อันนี้มื้อเย็นที่หัวหินค่ะ “ร้านอยู่เย็น” บรรยากาศเอาไปเลยเต็ม 10 ร้านน่านั่งมากๆๆๆ เราชอบร้านสไตล์นี้อยู่แล้ว ร้านนี้เค้าจะมีร้านกาแฟอยู่ในบริเวณนี้ด้วยนี้ด้วยชื่อว่า “บ้านกาแฟ” จริงๆตั้งใจจะไปกินกาแฟกันอีกร้านนึงแต่หาร้านไม่เจออ่ะ ไม่รู้ว่าเพราะเต้นท์งานกาชาดมันบดบังหน้าร้านหรือว่าเรามาผิดทางกันแน่ … แต่ม๊อคค่าร้านนี้อร่อยนะ ขโมยกินของเฮียบุ้ง ^_^

>> >   กินกาแฟเสร็จ ก็ไปต่อด้วยอาหารเย็น เราอยากนั่งโต๊ะริมทะเลอ่ะ แต่พนักงานบอกว่าจองเต็มหมดแล้ว โอ้ว! แม่เจ้า ไม่รู้มาก่อนจริงๆ ว่าคนเค้าจะรู้งานกันขนาดนี้ ไม่ว่างให้เราซักโต๊ะจริงๆ พนักงานหาโต๊ะว่างข้างใน ที่พยายามให้ได้ใกล้ริมทะเลที่สุดให้ โชคดีที่มีโต๊ะ  นั่งๆไป ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้ม ลมเริ่มพัดแรง ท่าทางฝนจะตก แล้วก็ตกจริงๆ นึกในใจโชคดีที่ไม่ได้นั่งโต๊ะริมทะเล นึกต่อไปสมน้ำหน้าพวกจองโต๊ะริมทะเล อดนั่งแล้วมึง.. อิ อิ แต่ตกแรงแป๊บเดียวก็หยุด     

อาหารอร่อยนะ แต่ราคาก็บวกค่าบรรยากาศนิดนึง อิ่ม… อร่อย กลับที่พักดีกว่า

                                                     

                        

 …………..

              เราเป็นคนกลัวน้ำมาก เราไม่ชอบเปียก จะยอมเปียกก็แค่ตอนอาบน้ำ ดังนั้นเราจึงไม่ชอบเล่นน้ำ เราจึงว่ายน้ำไม่เป็น

แต่ครั้งนี้ ด้วยแรงยุ แรงเชียร์ จากเฮียบุ้งอีกแล้ว ทำให้เรายอมลงน้ำเป็นครั้งแรกในชีวิต ใจก็กล้าๆ กลัวๆ แต่สระว่ายน้ำเค้าน่าเล่นดีนะ เอาวะ เปียกก็เปียก … เดินลงไปอยู่ในสระว่ายน้ำ น้ำท่วมถึงคอ รู้สึกอึดอัด แน่น จุก หายใจไม่ค่อยออก เกาะเฮียบุ้งแน่น ทรมาน  ไม่เอาแล้ว  อยากขึ้น ไม่ชอบน้ำ เรากลัวน้ำ ….แต่ก็เอาวะไหนๆก็เปียกแล้ว ลองยืนทำความรู้จักกับน้ำอีกซักพัก เราอาจจะอิ่มเกินไปก็ได้ก็เลยอึดอัด ลองเดินๆๆ ดูก่อน สร้างความคุ้นเคย ค่อยยังชั่ว ดีขึ้นหน่อย เฮียบุ้งสอนว่ายน้ำ เริ่มด้วยตีขาเปาะ แปะๆ ลอยตัวในน้ำให้ได้  ยากจัง ทำไม่ได้ สำลักน้ำ แสบจมูก ไม่เอาแล้ว อยู่ดีๆก็มีแรงฮึดขึ้นมาอีกรอบ ครั้งนี้ตั้งใจยิ่งว่าทำข้อสอบ ต้องว่ายน้ำให้ได้ ต้องว่ายให้ได้ ฝนตกซะงั้น ดึกแล้วด้วย แต่ยังตีขาในน้ำไม่ได้ จุกจะอ้วก พอแล้ว พรุ่งนี้เอาใหม่

— เราสองคนตื่นแต่เช้าไปกินอาหาร เพราะจะรีบมาเล่นน้ำกันต่อ เรายังไม่รู้สึกชอบน้ำมากขึ้นเท่าไหร่ แค่หายกลัวขึ้นนิดหน่อย แต่เริ่มอยากว่ายน้ำเป็น วันนี้ฝึกตีขาในน้ำต่อ ..ทำไมทำไม่ได้ซักที เฮียบุ้งบอกว่าขาเราไม่สามัคคีกัน แล้วเราก็เกร็งไปด้วย ก็เรากลัวจมน้ำนี่หน่า แต่ไม่เป็นไรลองใหม่ ต้องทำให้ได้ เปลี่ยนวิธีไปเรื่อยๆจนกว่าจะได้ เกาะเฮียบุ้งบ้าง เกาะขอบสระบ้าง เริ่มมีความหวังขึ้นนิดหน่อย เริ่มซ่าอยากลอยตัวในน้ำเองบ้าง   แต่ก็แป๊ก ทำยังไงก็ไม่ได้ หรือคนอื่นเค้าจะมีวิชาตัวเบา เฮียบุ้งยังลอยได้เลย เฮียบุ้งมีวิชาตัวเบา … ฝนตกอีกแล้ว แต่เราไม่ลดละความพยายาม ฝึกต่อไป เริ่มตีขาได้แล้ว เฮียบุ้งบอกว่าเริ่มตีขาถูกจังหวะแล้ว เราเริ่มมีความหวังแล้ว เหลือบไปเห็นเด็กๆคนอื่นมีโฟม อยากได้บ้าง ชวนเฮียบุ้งไปซื้อ เผื่อจะช่วยให้มีพัฒนาการดีขึ้นบ้าง  …ไปกินข้าวกลางวันกันดีกว่า ไปซื้อโฟมด้วย ลั้น ลัน ลา …จะว่ายน้ำเป็นแล้วไอ้ทราย

แต่…..ความฝันก็พังทลาย รถติดแหง๊ก คนมาจากไหนกันมหาศาล ทะเบียนรถกรุงเทพทั้งน้านนนน ทำไมต้องแห่มาดูคอนเสิร์ตกันไกลขนาดนี้ ถอดใจ กลับรถไปหาอะไรก็ได้กินข้างทางกันดีฝ่า ช่วยเฮียบุ้งมองหาร้าน เจอร้านข้าวตรงข้ามวังไกลกังวล แวะกินที่นี่แหล่ะ ตามสั่งคนละจาน จบ  กลับโรงแรมมือเปล่าอดซื้อโฟม …เศร้า  แต่ไม่เป็นไรตอนเย็นเล่นน้ำต่อนะ ชักเริ่มติดใจ  คราวนี้ฝึกกลั้นหายใจในน้ำด้วย ยากแล้วไง  …เฮียบุ้งชวนถ่ายรูปในน้ำ  อืม…น่าสนุก อยากถ่ายอะไรก็ถ่ายไป จะฝึกว่ายน้ำ ตีขาเปาะแปะๆ เตาะแตะๆ เริ่มมีพัฒนาการดีขึ้น 5% แต่ก็ยังลอยตัวในน้ำไม่เป็นอยู่ดี วันนี้วันสุดท้ายแล้ว ยังว่ายน้ำไม่เป็นเลย ทำไมห่วยแตกอย่างนี้วะกู  เฮ้อ!…พอและ ไปพักดีกว่า

นอนเซ็งๆ ไม่กล้าชวนเฮียบุ้งไปตลาดหัวหิน เห็นรถติดเยอะ อาการเริ่มออก เฮียบุ้งจับไต๋ได้ เลยใจดีพาไป เย้ๆ ดีใจจังเลย ได้มากินไอติมแล้ว เห็นเค้าบอกว่าไอติมชาเย็นที่นี่อร่อย เดินสำรวจตลาดก่อน

     เจอแล้วร้านไอติม !!!        แถวยาวเหยียดดดด อยากกินๆๆๆๆ ชอบกินไอติม แต่ไปกินข้าวก่อนนะเดี๋ยวมา ร้านข้าวคนเยอะ รออาหารนานนิดหน่อย แต่ไม่มาก แต่รถนี่สิจอดได้ถึงแค่ 4 ทุ่มครึ่ง (จอดในวัด เค้าจะปิดประตูตอน 4 ทุ่มครึ่ง)  3 ทุ่ม แล้ว อาหารยังไม่มาเลย เริ่มร้อนรน เราเป็นคนกินช้า  ….  อาหารมาแล้ว รีบกินไม่คิดชีวิต เพิ่อไอติมๆๆๆๆ  และแล้วก็ได้กินซักที “เอาชาเย็น2ลูก ชาเขียว1ลูกค่ะ” อร่อยดี หายอยากแล้ว สบายใจ  ขอบพระคุณเฮียบุ้งที่ขับรถพามาค่ะ กลับที่พักนอนหลับปุ๋ย 

            

—      วันนี้ต้องกลับบ้านแล้ว ไปถ่ายรูปเล่นกันดีกว่า แชะ! แชะ! แชะ!  ….ไปซื้อข้าวเหนียวมะม่วงร้านที่เค้าว่าดังกันดีกว่า แต่ขอแวะชิมลอดช่องสิงคโปร์ก่อนนะ ก็อร่อยดี แต่แถวบ้านเฮียก็มีอร่อยเหมือนกันเลย  อยู่ไหนน้า  ร้านข้าวเหนียวมะม่วงตรงข้ามโรงแรมฮิลตัน เจอแว้ววว  แต่ข้าวเหนียวหมด ต้องสั่งได้ตอนบ่าย ตอนนี้ 11 โมง เล่นตัว เชอะ! ไม่กินก็ได้ กลับกันดีกว่า แวะกินข้าวที่ชะอำร้านเดิมนะ 2 คน มีมติเป็นเอกฉันท์ กลับละน้า   บ้าย บาย จ้า หัวหิน

Comments (2) »

มาที่สอง แต่เป็นที่หนึ่ง

 

Entry แรก

 

ด้วยความที่อยู่ๆก็มีอารมณ์อยากเขียนบล๊อคขึ้นมาอย่างกะทันหัน พร้อมกับแรงบันดานใจและความอยากอย่างแรงกล้าบวกกับนิสัยใจร้อนเอาแต่ใจตัวเอง อยากได้อะไรมากๆก็จะร้อนรน สติแตก จนควบคุมความอยากของตัวเองไม่ไหว อยากจะแสดงออกอะไรซักอย่างหรือระบายความอยากของตัวเองออกมาให้หายคลุ้มคลั่งได้ซักหน่อยก็ยังดี

ทำให้วันนี้เรารู้สึกว่าอยากจะอัพบล๊อคเป็นครั้งแรกของตัวเอง ทั้งๆที่ยังไม่มีบล๊อคเป็นของตัวเองด้วยซ้ำ 5555 เราก็เลยใช้วิธีพิมพ์เมล์ ส่งให้คนๆนึงอ่านดูก่อน ซึ่งจริงๆแล้วเราก็ส่งเมลให้คน คนนี้อ่านเป็นปกติเป็นประจำเกือบทุกวันอยู่แล้ว เหมือนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันไปแล้ว และก็เป็นสัญญาใจเล็กๆที่เคยรับปากไว้ว่าจะส่งเมลหาทุกวัน

คนอาจจะรู้สึกว่าอยากมีบล๊อคเป็นของตัวเองขนาดนี้แล้วทำไมไม่สร้างบล๊อคขึ้นมาหล่ะ มาพิมพ์ใส่เมลทำไม อยากมีนักก็ทำขึ้นมาเลยซิรออะไรอยู่ คำตอบก็คือ เราทำไม่เป็นไง555  คนจะบอกขึ้นมาอีกว่าไม่เห็นจะยากอะไรเลย เค้าก็ทำกันเองทั่วบ้านทั่วเมือง ทำตามขั้นตอนเดี๋ยวก็ได้เอง ก็เราทำไม่ได้นี่หน่า เราถือเป็นคนยุคใหม่ที่โลเทคเอามากๆ จะว่าไปถ้าจะทำจริงๆก็คงจะทำได้แหล่ะ แต่นิสัยเสียไง เราไม่ชอบความซับซ้อนของเทคโนโลยีเลย เรารู้ว่ามีคนที่สามารถช่วยเราได้ เราจึงไว้วานให้คนใกล้ตัวที่เราจะนึกถึงเป็นคนแรกเวลาที่เราทำอะไรไม่ได้ หรือเวลาที่เราอยากให้เค้าช่วย ซึ่งเค้าไม่เคยทำให้เราผิดหวัง ไม่เคยมีอะไรที่เราร้องขอจากเค้าแล้วเราไม่ได้ ซึ่งครั้งก็เหมือนกันเรากำลังจะมีบล๊อคเป็นของตัวเองจากการช่วยเหลือของเค้า…

แต่ถึงจะมีบล๊อคให้เราได้พิมพ์ระบายอารมณ์และความรู้สึกความตัวเองแล้ว

 เราก็ยังจะส่งเมลหาเค้าคนนั้นเหมือนเดิมทุกวันนะ ^_^       

 

 ปล.อันนี้พิมพ์ไว้ก่อนที่จะมีบล๊อคนี้ขึ้นมา ก๊อปจากเมล์มาให้สาธารณะชนได้อ่านจ้า ถึงจะอัพเป็นอันที่สอง แต่ก็เป็นEntry แรกนะจ๊ะ

Comments (2) »