เด็กต่างจังหวัด+คนกรุงเทพ คือ เชื้อชาติของฉัน
เราเติบโตและเรียนหนังสือจนจบมัธยมปลายที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเรียนจบมหาวิทยาลัยจนทำงานถึงปัจจุบันในกรุงเทพ ตอนเด็กๆ เวลาปิดเทอมมาเที่ยวในกรุงเทพ ก็รู้สึกชอบ อยากเป็นเด็กกรุงเทพ มีที่ให้เที่ยวเยอะแยะ มีร้านขายของกินอร่อยๆ มากมาย มีที่ชอปปิ้งให้เดินไม่เบื่อเลย มีผู้คนที่ดูดีทันสมัย เดินกันขวักไขว่ งานอะไรดีๆ ก็จัดแต่ในกรุงเทพ ต้องนั่งรถตั้งไกลเพื่อมาเดินงานหนังสือที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต ต้องอดดูคอนเสิร์ตที่อยากดูต้องหลายงานเพราะเลิกดึกไม่มีรถกลับบ้าน ตอนนั้นอิจฉาเด็กกรุงเทพ อยากอยู่กรุงเทพพพ
พอเรียนจบทำงาน มาอยู่กรุงเทพอย่างเต็มตัว ต้องไปเบียดกับผู้คนและถูกเบียดจนตัวแทบแบนบนรถไฟฟ้า ต้องเดินให้เร็วแข่งเวลา ต้องคิดให้เร็วทันคนอื่น ต้องกินแต่อาหารนอกบ้าน ต้องสูดควันพิษเข้าเต็มปอด ต้องอย่าใจดีและขี้สงสารจนมากไป(เดี๋ยวโดนเค้าหลอก) โอ้ยย !! อยากกลับยุดยาอ่า
แต่ทั้งสองที่นี้ทำให้เราเกิดความสมดุลย์ในตัวเอง ถ้าเป็นเด็กในเมืองเต็มตัว ก็คงจะไม่ได้รู้จักว่าอากาศที่บริสุทธิ์เป็นยังไง ความมีน้ำใจอันแสนอบอุ่นของเพื่อนบ้านก็คงไม่ได้สัมผัส คงเป็นคนพวกวัตถุนิยม มีชีวิตห่างไกลจากธรรมชาติเหลือเกิน บางคนอยู่ตึกแถวไม่มีต้นไม้ให้มองสบายตาซักต้น เรารู้สึกว่าเงินสำคัญกับชีวิตมากเมื่ออยู่ในกรุงเทพ (จริงๆ มันสำคัญเมื่ออยู่ในทุกที่แต่ที่กรุงเทพเรารู้สึกว่ามันจำเป็นสุดๆ) แต่ถ้าเราเป็นเด็กบ้านนอกจนโต เราก็จะไม่รู้จักพัฒนาตนเอง ไม่ได้รู้จักโลกกว้าง กรุงเทพมีที่ให้เพิ่มพูนปัญญามากมาย มีที่แสดงงานศิลปะให้ดูฟรีๆหลายที่ มีห้างมากมายให้ได้เลือกซื้อของดีๆ สวยๆให้ตัวเองและคนอื่น มีร้านอาหารอร่อยๆ ให้กินจนอ้วนกลม เรารู้สึกโชคดีที่ชีวิตนี้ได้สัมผัสกับความเป็นอยู่ของทั้งสองที่ เวลากลับบ้านต่างจังหวัดเหมือนได้กลับไปพักผ่อน นอนดูต้นไม้เฉยๆอยู่ในบ้าน ฟังเสียงนกร้องตอนเช้าก็มีความสุขแล้ว เวลากลับไปกรุงเทพได้ใช้ชีวิตแบบมนุษย์เงินเดือน สาวออฟฟิศ เดินชอปปิ้งตามห้าง แย่งขึ้นรถกับคนอื่น ยึดสโลแกนช้าหมดอดกินบ้าง นั่งคอตกตอนใกล้สิ้นเดือนบ้าง ก็สนุกกับชีวิตไปอีกแบบ ดีใจจริงๆ ที่เป็นเด็กลูกครึ่ง